| สองศตวรรตแห่งการกลั่น
เริ่มต้นจากเซ้นต์ ดาลมัส หมู่บ้านที่หันหน้าออกสู่เมืองนีซ ครอบครัวไอโซทิเย่อาศัยอยู่ในโนเจ้นท์ เมื่อชาล์สได้ถือกำเนิดขึ้นมาในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ 1811 เรื่องราวได้ดำเนินต่อไป จนกระทั่งชาล์สมีอายุ 21 ปี เขาและหลุยส์พี่ชายได้เดินทางไปยังเกาะบูร์บองที่ซึ่งคุณปู่ของพวกเขาเคยทำงานอยู่ในกองทัพเรือเป็นเภสัชกร และญาติๆหลายคนได้อาศัยอยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อพวกเขาไปถึงยังจุดหมายปลายทางในปี ค.ศ 1833 สภาพทางเศรษฐกิจของเกาะได้ทำให้พวกเขาเกิดความคิดหรือมองเห็นหนทางในการทำงานอย่างประสพความสำเร็จ คือการทำอ้อยในบูร์บองได้เป็นที่แพร่หลายอย่างมากในขณะนั้นและนับว่าเป็นโชคดีที่วิธีการและเทคนิคใหม่ๆของเกาะในขณะนั้นได้เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมแล้ว |
|||||||
![]() |
|||||||
| สองพี่น้องได้ตั้งรกรากในตำบลเซ้นต์โจเซฟในทางตอนใต้ของเกาะและได้ซื้อที่ดิน ในปี ค.ศ 1840 ชาล์สได้แต่งงานกับ อองตวนแน็ต โอเร่ ลูกสาวของเจ้าของที่ดินผู้ร่ำรวย ในขณะนั้นอุตสาหกรรมน้ำตาลผลุดขึ้นอย่างแพร่หลาย คู่สามีภรรยาจึงได้ตั้งโรงงานของตนเองขึ้นในปี ค.ศ 1845 หลังจากนั้นชาล์สและน้องชายของเขาก็ได้สร้างอุตสาหกรรมโรงกลั่นขนาดใหญ่ขึ้นเป็นแห่งแรกในเรยูเนียน | |||||||
| หลังจากที่สามีของเธอได้เสียชีวิตลง อองตวนแน็ตก็ได้ดำเนินกิจการโรงกลั่นต่อมาด้วยความช่วยเหลือของลูกชายทั้งหลายของเธอ ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจหญิงที่ทำงานอย่างจริงจัง เธอได้นำเหล้ารัมออกจำหน่ายในตลาดภายใต้ยี่ห้อ แม่หม้ายไอโซทิเย่และลูกชาย และเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศเนื่องจากได้รับเหรียญรางวัลต่างๆจากปารีส อัมสเตอร์ดัม อันท์เวอร์ป และ มอสโคว์ เป็นเครื่องยืนยัน
ภายใต้การนำของเธอ เหล้ารัมไอโซทิเย่ได้บรรจุอยู่ในขวดหินทรายและกลายเป็นที่รู้จักกันดีในคุณค่า และเป็นเสน่ห์จากเกาะเรยูเนียน |
|||||||
![]() |
|||||||
|
|
|||||||
| หลังจากปีค.ศ 1910 เป็นต้นมา โชคชะตาของบริษัทได้ขึ้นอยู่กับชายหนุ่มโสดชื่ออัลเฟรด ไอโซทิเย่ ซึ่งเป็นหลานย่าของ อองตวนแน็ต เมื่อเขาได้ซื้อหุ้นของบรรดาพี่ชาย-น้องชายแล้ว เขาก็ได้ก่อตั้งบริษัท ไอโซทิเย่ขึ้นมา ภายใต้การนำของเขา โรงกลั่นได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย มีการขยายไปสู่สินค้าประเภทต่าง ๆ อย่างมากมาย โดยเฉพาะสูตรต่าง ๆ ของพั้นช์ เขาได้สร้างและจดทะเบียนขวดแก้วรูปสามเหลี่ยมและประทับตราของเขา และได้แนะนำเทคโนโลยีใหม่และการเผาชานอ้อยด้วยความร้อนมาใช้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของห้องเก็บเหล้าใต้ดินที่เลอาลในปารีสและโรงกลั่นอีกแห่งในมาดากัสการ์ เขาจึงได้จัดส่งสินค้าต่างๆของเขาออกจำหน่ายทั่วโลก | |||||||
| ประมาณปี ค.ศ 1935 พอล-อัลเฟรด ลูกชายของเขา ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม ทีเฟร็ด ได้นำโรงกลั่นเข้าสู่ยุครัมหวาน รัมซึ่งทำมาจากน้ำอ้อย เมื่อเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวุฒิสมาชิก เขาจึงหยุดความรับผิดชอบและมอบหมายให้น้องชายคือชาล์สเป็นผู้ดูแลแทน สำหรับบริษัทไอโซทิเย่นับเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ความหลากหลายของกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีอุตสาหกรรมมากเท่าไรนักในเรยูเนียน ได้แก่ การผลิตน้ำมัน โรงโม่แป้ง ร้านขนมหวาน โรงงานช็อคโกแล็ต เครื่องเรือนทำด้วยไม้ ขี้ผึ้งและการสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลต่างๆ
ในปีหนึ่งพันเก้าร้อยหกสิบเป็นต้นมา ชาล์ส ไอโซทิเย่ ซึ่งเป็นประธานของหอการค้าด้วยเช่นกัน ได้ก่อตั้งบริษัทต่างๆขึ้นมากมายกว่าหกสิบบริษัทด้วยกัน |
![]() |
||||||
| การเปิดตัวของเกาะและการแข่งขันของสินค้าต่างๆจากประเทศฝรั่งเศสเป็นผลเนื่องมาจากความคิดริเริ่มของเขา ในตอนต้นทศวรรษที่เก้าสิบ สินค้าจะเน้นประเภทเหล้ารัม เมืองหลวงใด้เปิดออกสู่ซิแลมและโซปาวี่สำหรับการผลิตพั้นช์ รัมผสมต่างๆ และเหล้าหวาน
นับตั้งแต่ตอนเริ่มต้น ด้วยจิตวิญญาณของการผจญภัย ความต้องการที่จะเป็นอิสระ และการปฏิเสธในสัมปทาน สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นจุดยืนในประวัติศาสตร์ของครอบครัวไอโซทิเย่ ความต้องการต่างๆซึ่งทำให้โรงกลั่นไอโซทิเย่เป็นเพียงแห่งเดียวในเรยูเนียนที่ไม่ได้ขึ้นกับโรงงานผลิตน้ำตาลใดๆ เคล็ดลับของสูตรๆที่ชาร์ส ไอโซทิเย่ และผู้สืบทอดต่อ ๆ มาทำให้สมบรูณ์แบบทำให้สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพของสินค้าทั้งหมดในเรื่องความพึงพอใจอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่หลงรักเหล้ารัมจากรูปโฉมภายนอกของมัน คุณภาพซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ทุกอย่างยังคงปฏิบัติสืบทอดตามประเพณี อันมีความหมายยิ่งสำหรับหัวใจทุกดวงของครอบครัวที่ยิ่งใหญ่นี้ |
|||||||
| [
โฮม ] [ แผนที่เว็บไซ้ด์
] [ บริษัทไอโซทิเย่
] [ ศิลปะการกลั่น
] [ สินค้าประเภทต่าง
ๆ ] [ การสั่งซื้อระหว่างประเทศ ] [ คำถามต่างๆสำหรับตัวแทนจำหน่าย ] [ อีเมล์ ] ส่งรูปเกาะรียูเนียนเป็นโปสการ์ดดิจิตัลที่เคลื่อนไหวได้ได้จากเว็บไซด์นี้ Runisland International. ©1997. All right reserved. |