| ศิลปะการกลั่น จากท่อที่พันกันไปมาไปสู่ท่อรวมเพื่อทำการเผาไหม้ ช่างเป็นเครื่องจักรที่น่ามหัศจรรย์อะไรเช่นนี้ที่ให้กำเนิดเหล้ารัม ในช่วงระยะเวลาการผลิตทั้งกลางวันและกลางคืนมันยังคงเป็นการแปลงรูปที่กำลังทำงานอยู่ในโรงกลั่นของไอโซทิเย่ นับเป็นเวลานานหลายปีที่เสากลมๆหลายอันได้ทำการกลั่นอย่างไม่หยุดหย่อนแทนที่การต้มกลั่นแบบเดิม ด้วยเทคนิคต่างๆที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ช่วยทำให้การผลิตเหล้ารัมมีความละเอียดและมีกลิ่นที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีเครื่องจักรใดที่จะสามารถชิมรสชาดและชื่นชมกับเหล้ารัมได้ จึงเป็นหน้าที่ที่อาศัยทักษะของผู้กลั่นเหล้าที่ช่วยทำให้เกิดความสำเร็จตั้งแต่ต้นจนกระทั่งสิ้นสุดการผลิต
|
|
||||||||||||
| ผู้กลั่นเหล้าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหล้ารัมอย่างแท้จริง เนื่องจากพวกเขาได้รับศิลปะที่ได้รับการถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคนและยังสะสมเทคนิควิธีการต่างๆจากจำนวนชั่วโมงที่ผ่านไป ในห้องอันอบอุ่น ที่ซึ่งได้มีสิ่งวิเศษเกิดขึ้นและพวกเขาสามารถนำวัตถุดิบมาทำให้อ่อนตัวและ ปรุงแต่ง กลิ่นของมันตามความต้องการ | |||||||||||||
![]() เหล้ารัมเก่าจะได้รับการตรวจควบคุมในแต่ละปี |
จากการทำงานกับเหล้ารัมด้วยวิธีการดั้งเดิม ขั้นตอนจะเริ่มขึ้นจากการละลายน้ำอ้อยให้จางลง กากที่เหลือจากการผลิตน้ำตาล และการใส่ส่าเหล้ายีสต์ต่างๆเพิ่มเข้าไป
ยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังจากนั้นเราจะได้รับน้ำอ้อย ที่มีความเข้มของแอลกอฮอล์ 5 หรือ 6 ดีกรี และเราเรียกมันว่า ไวน์
ในการกลั่นครั้งแรกรวมทั้งถาดรองจำนวน 21 กอง อุณหภูมิของเหลวจะขึ้นไปสูงถึง 100 องศาจากไอน้ำของเครื่องต้ม
แอลกอฮอล์จะระเหยและลอยขึ้นไปในถาดชั้นบนๆสุด ในขณะที่ของเหลวที่เหลือ ซึ่งเรียกว่า vinasse จะถูกเก็บรวบรวมในถาดชั้นล่างๆและจะถูกกำจัดทิ้ง จากการอบไอน้ำอย่างพิถีพิถัน ถาดทั้ง 18 ที่เป็นของเหลวเข้มข้นนี้จะแยกออกเป็นกลิ่นไขมันต่างๆของแอลกอฮอล์ น้ำมันข้างล่างจะตกลงไปในถาดข้างล่าง ขณะที่น้ำมันที่สูงขึ้นไปอีกจะไปยังถาดระดับกลางและถาดระดับบนจะเป็นสารที่มีน้ำหนักเบาซึ่งบางส่วนจะมีรสชาดของแอ๊ปเปิ้ลเขียวจะขึ้นไปยังถาดระดับบนๆ ช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ผู้กลั่นเหล้าทั้งหลายจะผสมปรุงแต่งกลิ่นต่างๆตามความต้องการสำหรับสัดส่วนที่ละเอียดต่างๆของส่วนผสมหลายชนิด |
||||||||||||
| ภายในโรงกลั่นไอโซทิเย่ โรงคั้นน้ำอ้อยอันเก่าตั้งแต่ปี ค.ศ 1850 จะได้รับการบำรุงรักษาทุกสิบปี คือจะมีการซ่อมแซมเครื่องจักรตามขั้นตอนแบบโบราณสำหรับการผลิตเหล้ารัมเกษตรกรรมชนิดพิเศษ
ในทุกปี ผู้กลั่นเหล้ารัมทั้งหลายของไอโซทิเย่จะทำการผลิตเหล้ารัมแบบโบราณจำนวน 400,000 ลิตร และนำออกสู่ตลาดหรือยกให้แก่ โซพาวี่ เพื่อทำ รัม อารองเช่ (รัมผสม) พั้นช์ต่างๆ และเหล้าหวานอื่นๆ นอกเหนือจากเทคนิควิธีการต่างๆที่ใช้นี้ เหล้าทั้งหมดนี้จะติดตราว่าเป็นงานพิเศษที่เชี่ยวชาญของบริษัทไอโซทิเย่ซึ่งได้มีการรวมรวบเทคนิคความรู้ต่างๆและใจรักในเหล้ารัมอย่างดั้งเดิมมาถึงช่วงห้าอายุคน |
|||||||||||||
|
เหล้ารัมบางชนิดมีอายุ 20 ปี |
|||||||||||||
| การปฏิบัติสืบทอดตามประเพณี เมื่อเวลาได้ผ่านไป โรงกลั่นไอโซทิเย่ได้ทำการปรับสินค้าต่างๆให้มีการพัฒนาในรสชาดให้เข้ากับลักษณะนิสัยต่างๆของผู้บริโภค ทุกวันนี้ได้มีสินค้าพิเศษต่างๆหลายชนิดให้เลือกมากมาย จากเหล้าที่เข้มข้นที่สุดจนถึงเหล้าที่มีรสผลไม้ปนอยู่มากที่สุดและด้วยคุณภาพที่ทัดเทียมกันเสมอ บางครั้งได้มีการผลิตเหล้ารัมชนิดต่างๆตามความสามารถในการปรับปรุงรสชาดได้ตามความต้องการ
เช่น กลิ่นอันวิเศษ
ซึ่งจากชื่อของมันทำให้เป็นการเตือนว่าต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น
หรือ เหล้ารัมรสชาดเบาบาง
ซึ่งใช้สำหรับพั้นช์ต่างๆ
|
|||||||||||||
|
|
|||||||||||||
| การฟื้นฟูขนบธรรมเนียมการบ่มเหล้าในปี ค.ศ 1970 โรงกลั่นไอโซทิเย่เป็นเพียงแห่งเดียวที่ได้ทำตลาดเหล้ารัมชนิดต่างๆที่มีอายุถึง 20 ปี และเหล้ารัมเกษตรกรรมที่มีอายุ พร้อมด้วยกลิ่นต่างๆที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง บรรดาเหล้ารัมชนิดต่างๆที่เป็นตัวอย่างหรือสำหรับค็อกเทล การเพาะปลูกสีขาวหรือเหล้ารัมเกษตรกรรมต่างๆสามารถทำให้ผู้ที่หลงใหลเกิดความเพลิดเพลินได้ เช่นเดียวกับ รัมผสม พั้นช์ต่างๆ หรือ เหล้าหวานต่างๆ ซึ่งมีกลิ่นที่เข้มข้นจากพืชพรรณธรรมชาติและผลไม้ เมื่อศิลปะการกลั่นได้รวมตัวเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ค์แ ละรสชาด มันคือโลกทั้งหมดที่เต็มไปด้วยสีสรรและกลิ่นต่างๆที่บริษัทไอโซทิเย่ขอเชิญชวนให้คุณมาค้นพบ : โลกของรัมจากเรยูเนียน ด้วยความเป็นมิตรและแสงเปล่งประกายระยิบระยับอันเป็นภาพที่แท้จริงของบ้านเกิดของมัน | |||||||||||||
|
[ โฮม ] [
แผนที่เว็บไซ้ด์
] [ บริษัทไอโซทิเย่ ] [ ศิลปะการกลั่น
] [ สินค้าประเภทต่าง ๆ ] [ การสั่งซื้อระหว่างประเทศ ] [ คำถามต่างๆสำหรับตัวแทนจำหน่าย ] [ อีเมล์ ] ส่งรูปเกาะรียูเนียนเป็นโปสการ์ดดิจิตัลที่เคลื่อนไหวได้ได้จากเว็บไซด์นี้ Runisland International. ©1997. All right reserved. |